งานนมัสการหลวงพ่อพระพุทธโสธร

หลวงพ่อโสธร เป็นพระพุทธรูปที่เชื่อถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง จึงมีประชาชนทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศเดินทางมานมัสการอย่างเนืองแน่นทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันเทศกาลสําคัญและงานนักขัตฤกษ์ด้วยแล้ว มีผู้มานมัสการหลวงพ่อนับเป็นจํานวนแสนๆ คนเลยทีเดียว นับว่าเป็นงานเฉลิมฉลองทางศาสนาอันมโหฬารยิ่งงานหนึ่งในภาคตะวันออกของไทย

งานเทศกาลหลวงพ่อโสธร นั้น ปีหนึ่งมี ๓ ครั้ง กําหนดทางจันทรคติได้ตามลําดับ คือ

งานเทศกาลกลางเดือน ๕
งานเทศกาลกลางเดือน ๕ นี้ ถือกันว่าเป็นงาน “วันเกิด” หลวงพ่อโสธร เพราะเป็นงานสมโภชวันคล้ายวันที่อาราธนาหลวงพ่อขึ้นจากน้ำมาประดิษฐานที่วัดโสธร จัดขึ้น รวม ๓ วัน ๓ คืน ตั้งแต่วันขึ้น ๑๔ ค่ำ จนถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๕

งานเทศกาลกลางเดือน ๕ นี้ ทางวัดจัดมาก่อนงานเทศกาลอื่นทั้งหมด โดยรายละเอียดของงานเทศกาลกลางเดือน ๕ มี ดังนี้

  • วันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๕ ชาวแปดริ้วจะแห่หลวงพ่อทางบกไปตามหมู่บ้าน ใกล้ๆ วัด แล้วอัญเชิญองค์ท่านกลับมายังวิหาร ครั้นตกเย็นพระสงฆ์ก็จะเจริญพระพุทธมนต์
  • วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ จะมีการทําบุญใส่บาตรฉลองพระ เวียนเทียนบูชารอบองค์พระ และ สรงน้ำหลวงพ่อ มหรสพสมโภชประจําคือ ละคร หรือลิเก และงิ้ว ที่น่าสังเกตก็คืองานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อทุกคราว จะมีมหรสพไทยและจีนคู่กันเสมอ ไม่เคยเว้นเพราะถือว่า ประชาชนทั้งชาวไทยและจีนได้ร่วมใจกันอาราธนาหลวงพ่อขึ้นจากน้ำ


งานเทศกาลกลางเดือน ๑๒

งานเทศกาลกลางเดือน ๑๒ นี้ จัดขึ้นรวม ๕ วัน ๕ คืน ตั้งแต่วันขึ้น ๑๒ ค่ำ ไปจนถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ งานเดือน ๑๒ นี้ เริ่มมีขึ้นครั้งแรกราวปี พ.ศ. ๒๔๓๔ หรือ ราวร้อยกว่าปีก่อน ผู้ริเริ่มจัดงานกลางเดือน ๑๒ คือ โต้โผทรัพย์ เจ้าของละครคลองโสธร มูลเหตุมีอยู่ว่า

ในปีนั้น ประชาชนชาวโสธรประสบทุพภิกขภัยข้าวยากหมากแพง ฝนแล้ง ข้าวและผลหมากรากไม้ไม่ได้ผล โรคห่า (อหิวาต์) และโรคพุพอง (ฝีดาษ) ระบาดทั่วไป ผู้คนและสัตว์เลี้ยงล้มตายเป็นอันมาก ประชาชนทิ้งบ้านเรือนไร่นาเพื่อหนีโรคภัย ผู้เจ็บป่วยไปไม่ไหวก็รอวันตายเพราะหาหมอรักษาได้ยาก บรรดาคนที่ป่วยเหล่านั้น ถึงตนไม่ป่วยเอง ก็ญาติมิตรป่วย เมื่อถึงคราวเข้าตาจนเช่นนี้ บรรดาพุทธศาสนิกชนจะมีอะไรเป็นที่พึ่งยิ่งไปกว่าพระ ต่างคนจึงพากันบนบานศาลกล่าวต่อหลวงพ่อให้ช่วย บ้างก็ขอยาดีหลวงพ่อ คือ ขี้ธูปบ้าง น้ำมนต์บ้าง ดอกไม้ที่บูชาบ้าง รับมาทานมาทา บ้างก็บนบานว่า ถ้าหายแล้วจะปิดทอง บ้างก็บนบานด้วยละครและมหรสพสมโภช คนไทยบนด้วยลิเกและละคร ฝ่ายคนจีนก็บนด้วยงิ้ว ล่อโก๊ สิงโต ฯลฯ

ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเป็นเรื่องมหัศจรรย์ยิ่งนัก จู่ๆ ฟ้าฝนซึ่งแห้งแล้งอยู่นานก็โปรยปรายลงมา นําพาให้ประชาเบิกบาน แผ่นดินชุ่มชื่น โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ หายเป็นปลิดทิ้ง ชาวบ้านชาวเมืองจึงร่วมกับนายทรัพย์ จัดงานฉลองสมโภชหลวงพ่อครั้งใหญ่เพื่อแก้บน

และงานเทศกลางเดือน ๑๒ นี้ เริ่มแรกทีเดียว มี ๓ วัน คือวันขึ้น ๑๔ – ๑๕ ค่ำและวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๔ จึงได้จัดเพิ่มอีก ๒ วัน คือวันขึ้น ๑๒ – ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๒ จึงรวมทั้งสิ้นเป็น ๕ วัน และถือปฏิบัติสืบเนื่องมาจนทุกวันนี้

งานเทศกาลกลางเดือน ๑๒ นี้ มีรายละเอียดของงาน ดังนี้

  • วันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๒ มีการแห่หลวงพ่อทางบก
  • วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ มีการแห่ทางน้ำ
  • วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ซึ่งเป็นงานวันสุดท้าย มีการเวียนเทียนและสรงน้ำพระ

สําหรับการแห่หลวงพ่อทางเรือนั้น เดิมทีเดียว ไม่มีการแห่หลวงพ่อทางเรือลง ไปถึงตําบลท่าพลับ (โรงสีล่าง) และที่อําเภอบ้านโพธิ์ แต่เนื่องจากนายทรัพย์ผู้เป็นโต้โผละครอาชีพดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า “โต้โผทรัพย์” ได้นําละครไปแสดงในที่ต่างๆ ได้นําละครไปแสดงที่โรงบ่อนท้ายตลาดโรงสีล่าง ตําบล ท่าพลับ อําเภอบ้านโพธิ์ ขณะที่ลูกสาวโต้โผทรัพย์กําลังแสดงละครอยู่ได้มีสมัครพรรคพวกของผู้มีอิทธิพลอยู่ในขณะนั้นอุ้มลูกสาวโต้โผทรัพย์ไปทั้งที่มีเครื่องละคร โต้โผทรัพย์ ไม่มีทางเลือกปฏิบัติเป็นอย่างอื่น นอกจากจะหันเข้าพึ่งบารมีหลวงพ่อโสธร โดยบนบานว่า ถ้าได้ลูกสาวกลับคืนมาจะแห่หลวงพ่อมาสมโภชที่โรงสีล่าง ตําบลท่าพลับ ด้วยบุญญาอภินิหารของหลวงพ่อโสธรทันตาเห็น โต้โผทรัพย์ก็ได้ลูกสาวกลับคืนมาภายใน ๓ วัน นับแต่นั้นมา ก็ได้มีการแห่หลวงพ่อโสธรทางเรือมาถึงโรงสีล่าง แล้วแห่ต่อไปจนถึงอําเภอบ้านโพธิ์เป็นประเพณีสืบมาจนบัดนี้

งานเทศกาลตรุษจีน

หรืองานเทศกาลกลางเดือน ๓ จัดตามจันทรคติของจีน คือ ตั้งแต่วันขึ้น ๑ ค่ำ ปีใหม่ (ซิวอิด) ไปจนถึงวันขึ้น ๕ ค่ำ (ซิวโหงว) รวม ๕ วัน ๕ คืน ถ้าเทียบเป็นเดือนไทย ก็คือ ราวเดือนยี่หรือ เดือน ๓

ในเทศกาลตรุษจีนนี้ มีประชาชนชาวจีนไปนมัสการหลวงพ่อมากกว่าปกติ แรกเริ่มเดิมที ถึงเทศกาลตรุษจีนครั้งใด ชาวจีนจะจัดงานรื่นเริงถวายหลวงพ่อ มี งิ้ว ล่อโก๊ และเชิดสิงโต หัวหน้างานก็ทําหน้าที่ต้อนรับบริการเลี้ยงดูและจัดให้มีโรงทาน ต้ม ข้าวต้มให้เป็นทานตลอดงาน มีอยู่ช่วงหนึ่งที่งานนี้งดไปหลายปี



จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๐๒ คณะกรรมการจัดงาน มี นายประพันธ์ (หงิน) เจริญรุ่งเรือง เป็นประธาน พร้อมด้วยสมาคมชาวจีน พ่อค้า ข้าราชการและประชาชนได้จัดให้มีงานต้อนรับเทศกาลตรุษจีนขึ้นที่วัดโสธรเป็นการเปิดศักราชใหม่ โดยกําหนดให้มีงาน ๕ วัน ๕ คืน มีทั้งการแห่หลวงพ่อทางบกเพื่อประพรมน้ำพระพุทธมนต์และอวยพรปีใหม่ในวันชิวอิด และจัดแสดง มหรสพทั้งงิ้ว ลิเก และการละเล่นอื่น ๆ เป็นการสมโภช…งานเทศกาลตรุษจีนจึงกลายเป็นงานประจําของหลวงพ่อนับแต่นั้นเป็นต้นมา

เรียบเรียงบทความ : โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดโสธรวราราม
ขอบคุณข้อมูล : จากหนังสือ ๘๑ ปี พระราชมงคลวุฒาจารย์
ขอบคุณภาพ : จากเว็บไซต์  สำนักงานจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเป็นผลงานการถ่ายภาพของท่านเหล่านี้

  • ภาพที่ ๑ : งดงามวัฒนธรรมประเพณี ถ่ายโดย คุณ บูชาชน-เพชรธัญญะ
  • ภาพที่ ๒ : ความงามหลังหลวงพ่อ ถ่ายโดย คุณ บูชาชน-เพชรธัญญะ
  • ภาพที่ ๓ : สรงนํ้าหลวงพ่อ ถ่ายโดย คุณ ปรีชา-ศิริบูรณกิจ
  • ภาพที่ ๔ : ถวายหลวงพ่อ ถ่ายโดย คุณ บูชาชน-เพชรธัญญะ
  • ภาพที่ ๕ : เฉลิมฉลององค์พุทธโสธร ถ่ายโดย คุณ ภูวไนย-พลไชย
  • ภาพที่ ๖ : แห่หลวงพ่อ ถ่ายโดย คุณ บูชาชน-เพชรธัญญะ
  • ภาพที่ ๗ : ขบวนหลวงพ่อ ถ่ายโดย คุณ ฐิติพงศ์-สุขไพบูลย์วัฒน์
  • ภาพที่ ๘ : มังกรทอง ถ่ายโดย คุณ อัครายชญ์-เพ็ชร์อำไพ
  • ภาพที่ ๙ : กว่าจะเป็นงิ้ว ถ่ายโดย คุณ พงศธร-วงศ์เกษม
  • ภาพที่ ๑๐ : ไหว้พระ-ไหว้ท้าวโลกบาลทั้ง ๔ ถ่ายโดย คุณ ประพันธ์-ไกรศักดาวัฒน์

About admin

Check Also

พระอุโบสถวัดโสธรวราราม

วัดโสธรวรารามวร …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *